GT หรือ Gran Turismo คือกลุ่มรถทัวร์ริ่งสุดหรูที่มาจากการผสมผสานระหว่างสมรรถนะ ความสะดวกสบาย และการใช้งานจริง ประวัติของรถ GT สามารถย้อนกลับไปในยุโรปในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ตัวอย่างแรกสุดของรถ GT คือ Rolls-Royce Silver Ghost ซึ่งเปิดตัวในปี 1907 โดดเด่นด้วยการขับขี่ที่ประณีต ห้องโดยสารที่กว้างขวาง และเครื่องยนต์ที่ทรงพลัง ทำให้เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับการเดินทาง
ในส่วนของ BMW ผู้ผลิตยนตกรรมสุดหรูจากแคว้นบาวาเรียนก็ได้เปิดตัว GT ด้วยเช่นกัน ในช่วงปี 1950 นั่นคือ BMW 503 ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง BMW และ Bertone ชาวอิตาลี ตัวรถมีรูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยวและสง่างามด้วยเส้นสายที่กว้าง ฝากระโปรงยาว และส่วนท้ายที่โค้งมน ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V8 3.2 ลิตร 140 แรงม้า ภายในห้องโดยสารของ BMW 503 ได้รับการออกแบบโดยเน้นที่ความหรูหราเบาะหนังและลายไม้ มีที่นั่งสำหรับผู้โดยสารสูงสุด 4 คน
ความเป็น Gran Turismo ก็ส่งผ่านมาถึง BMW 6 Series (E24) เป็นรถคูเป้แกรนด์ทัวเรอร์สุดหรูในยุค 70- 80 ทั้ง 630CS และ 633CSi มีการออกแบบที่โดดเด่นด้วยฝากระโปรงยาว แนวหลังคาที่ลาดมีเครื่องยนต์ 6 สูบแถวเรียงขนาด 3.5 ลิตรประสิทธิภาพสูงที่พัฒนาโดยแผนก M ติดตั้งระบบความปลอดภัยล้ำสมัย เช่น เบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) คอมพิวเตอร์ออนบอร์ด และระบบกันสะเทือนขั้นสูง ทำให้เป็นรถขายดีกว่า 86,000 คัน
เมื่อก้าวเข้าสู่ยุค 90 BMW ก็สร้างความว้าว! อีกครั้ง กับ BMW 8 Series (E31) Sport GT ที่โฉบเฉี่ยว ด้วยรูปทรงลิ่ม ไฟหน้าแบบป็อปอัพ และตัวถังที่ยาวและลาดต่ำ ภายใต้ฝากระโปรงหน้าบรรจุเครื่องยนต์ทั้งแบบ V8 และ V12 ให้เลือก โดยมีกำลังตั้งแต่ 282 แรงม้าถึง 375 แรงม้า นำเสนอเทคโนโลยีขั้นสูงในยุคนั้น เช่น ระบบลดแรงสั่นสะเทือนแบบปรับได้ ระบบควบคุมการยึดเกาะถนน และระบบคอมพิวเตอร์ออนบอร์ดที่ซับซ้อนขึ้น
ในปี 2013 BMW ขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ GT ด้วยการเปิดตัว 3 Series Gran Turismo (F34) ซีรีส์ 3 GT มีลักษณะการออกแบบหลายอย่างร่วมกับพี่น้องที่ใหญ่กว่า นำเสนอการใช้งานที่คล้ายคลึงกันและรูปร่างที่เพรียวบางและยาวขึ้น ให้พื้นที่ผู้โดยสารด้านหลังเพิ่มเติมและพื้นที่บรรทุกสัมภาระที่ใหญ่ขึ้นเมื่อเทียบกับรถซีดานรุ่นมาตรฐาน 3 Series
การเดินทางของ Gran Turismo นั้นไม่มีวันสิ้นสุด วันนี้โลกก็ได้รับรู้ความเป็น GT ยุคใหม่จาก BMW 630i GT M Sport (G32) รุ่นล่าสุด ที่โดดเด่นด้วยการออกแบบที่ผสมผสานความสง่างามของรถคูเป้เข้ากับการใช้งานจริงของรถซีดาน 4ประตู ด้วยแนวหลังคาที่ยาวและกว้างและตัวถังที่อ่อนช้อยราวกับงานแกะสลัก ทำให้มันดูสปอร์ตและเต็มไปด้วยไดนามิก ความหรูภายนอกที่มาจากล้ออัลลอย M ขนาด 20 นิ้ว และคาลิเปอร์เบรกดีไซน์ M Sport รวมทั้งสปอยเลอร์หลังที่ยื่นออกมาอัตโนมัติเมื่อแล่นด้วยความเร็วสูง ตัวรถยังมีฝาท้ายด้านหลังขนาดใหญ่สไตล์แฮทช์แบค ทำให้มีพื้นที่เก็บสัมภาระกว้างขวางและใช้งานได้หลากหลาย
พละกำลังจากเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร ที่มีมากถึง 258 แรงม้าที่และแรงบิด 400 นิวตันเมตรที่รอบเครื่องยนต์ 1,550 - 4,400 รอบต่อนาทีทำให้ สั่งได้ตามใจต้องการ แถมยังนุ่มนวลทุกสภาพถนน ด้วยช่วงล่างระบบถุงลมที่ปรับความสูงของตัวรถได้
เบาะนั่งตอนหน้าและหลังหุ้มหนัง Dakota ที่มาพร้อมระบบรปรับไฟฟ้าที่ปรับปีกเบาะด้านข้างให้พอดีตัว พร้อม Heater ทำความร้อน ระบบช่วยผ่อนแรงกระแทกขณะปิดประตู และหลังคากระจก Panorama เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าที่ยกระดับ GT คันนี้ให้หรูหราขึ้นไปอีก
ความสะดวกสบายในห้องโดยสารที่สั่งงานผ่านระบบ iDrive หรือ BMW Gesture Control รวมถึงสั่งงานด้วยเสียงได้ ระบบช่วยการขับขี่ Driving Assistant รุ่น Plus และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Active cruise control พร้อมฟังก์ชัน Stop&Go ที่จะทำให้การขับรถคันใหญ่คันนี้เป็นเรื่องง่าย
BMW 630i GT M Sport ได้รวมเอาเทคโนโลยีและคุณสมบัติล่าสุดของบีเอ็มดับเบิลยู รวมถึงระบบสาระบันเทิงที่ครอบคลุม หน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ BMW Live Cockpit Professional ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ 4 โซน ระบบชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย รวมถึงระบบเครื่องเสียงรอบทิศทางจาก Harman Kardon ช่วยสร้างความสมดุลให้กับผู้ขับขี่ระหว่างความสะดวกสบายและความสปอร์ต เป็นรถที่มีการขับขี่ที่นุ่มนวลและมั่นคงในทุกเส้นทางเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเดินทางไกล
Powered by Froala Editor